ออกกำลังกายมีกี่แบบ

ออกกำลังกายมีกี่แบบ รวม 5 วิธีออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทำได้ที่บ้าน

ออกกำลังกายมีกี่แบบ รวม 5 วิธีออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทำได้ที่บ้าน

การมีสุขภาพที่ดีและหุ่นที่สวยเป๊ะปังย่อมเป็นที่ต้องการของใครหลาย ๆ คน แต่ว่าจะให้เดินทางไปออกกำลังนอกบ้านก็สิ้นเปลืองทั้งเวลาและเงินทอง วันนี้เราจึงมีข้อมูล ออกกำลังกายมีกี่แบบ พร้อมเทคนิคที่จะเปลี่ยนบ้านของคุณให้เป็นสถานที่ออกกำลังกายที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีได้ง่าย ๆ แถมยังมีหุ่นดีร่วมด้วย 


5 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน ไม่ง้อฟิตเนส

ออกกำลังกายมีกี่แบบ

บ้านเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ใช้ทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างได้ ไม่เว้นแม้แต่การออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้านแบบไม่ง้อฟิตเนสที่แนะนำในวันนี้นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยทำให้รูปร่างสมส่วนอีกด้วย โดยท่าออกกำลังกายมีดังนี้

  • ท่า Plank การออกกำลังกายที่ช่วยเสริมความแข็งแรง โดยเฉพาะช่วงแขน ขา สะโพก หน้าท้อง หลัง และไหล่ นอกจากนั้นยังช่วยท่าทางการเคลื่อนไหวให้สวยงามได้อีกด้วย ทั้งยังช่วยลดไขมันที่หน้าท้องได้อย่างดีเลย ทำท่านี้พร้อมดูหนังไปด้วยก็ได้ เป็นการออกกำลังกายและพักผ่อนไปพร้อม ๆ กัน 
  • การเล่นฮูลาฮูป การเล่นฮูลาฮูปจะช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจให้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดี ส่งผลให้มีอัตราการเผาผลาญไขมันสูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อที่กลางลำตัว 
  • ท่า Bodyweight squat เป็นท่าการออกกำลังกายที่ช่วยการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนล่าง ตั้งแต่เอว สะโพกและต้นขา ช่วยปรับสมดุลของร่างกายและการทำท่านี้บ่อย ๆ จะทำให้ก้นกลมสวยและขาเรียวขึ้นด้วย เป็นท่าที่ทำได้ง่าย ใช้พื้นที่น้อย เป็นอีกท่าหนึ่งที่เหมาะสมกับใช้ออกกำลังกายที่บ้าน
  • การวิ่งด้วยท่าปีนเขา ท่านี้จะคล้ายกับท่าวิดพื้น แต่ทำการดึงเข้าซ้ายและขวาสลับเข้าหาลำตัว ท่านี้จะมีลักษณะคล้ายกับการวิ่ง แต่เป็นการวิ่งอยู่กับที่ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินและเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อบริเวณกลางลำตัว ขาด้านหลัง ต้นขาและกล้ามเนื้อก้น
  • ทำงานบ้าน การทำงานบ้านทำให้ร่างกายมีการขยับอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการทำงานบ้านตั้งแต่กวาดบ้าน ถูบ้าน เช็ดกระจก ขัดห้องน้ำ ล้างจาน ทุกกิจกรรมล้วนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเคลื่อนไหวและยืดหยุ่นอยู่ตลอด ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานและยังทำให้บ้านสะอาดอีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งร่างกายที่แข็งแรงและบ้านที่สะอาดนั่นเอง

ออกกำลังกายแบบไหนดี ให้เหมาะกับช่วงอายุ

ออกกำลังกายมีกี่แบบ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็จริง แต่ถ้าเลือกวิธีการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับช่วงอายุแล้ว การออกกำลังกายดังกล่าวนอกจากจะไม่สร้างประโยชน์ต่อร่างกายอาจจะส่งผลเสียได้อีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายของแต่ละช่วงอายุที่เหมาะสมมีดังนี้

  • ช่วงวัยเด็ก อายุ 7-12 ปี ช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่จึงเหมาะสมกับการออกกำลังกายที่เน้นความสนุกสนาน ยืดกล้ามเนื้อและเพิ่มความคล่องแคล่วให้กับร่างกาย ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ เพราะจะทำให้ร่างกายหยุดการเจริญเติบโตได้
  • ช่วงวัยรุ่น อายุ 13-25 ปี ช่วงวัยนี้ร่างกายเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเต็มตัว ช่วงนี้สามารถออกกำลังกายได้ทุกแบบ ทั้งแบบยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ แบบเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและแบบสร้างสมดุล เพราะช่วงวัยนี้แข็งแรงพร้อมรับการออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ต้องระวังสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวด้วยนะ อย่าหักโหมจนเกินไป 
  • ช่วงวัยผู้ใหญ่ อายุ 26-50 ปี ช่วงวัยนี้ร่างกายเริ่มมีความเสื่อมถอยเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นไม่ควรหักโหมในการออกกำลังแต่สามารถออกแรงมากได้ ทว่าให้เน้นการยืดเส้นยืดสายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง สำหรับการออกกำลังต้องเน้นเพิ่มความยืดหยุ่น สร้างความเพลิดเพลินและสนุกสนานให้กับชีวิตจะดีกว่า เพราะจะทำให้ร่างกายและสุขภาพจิตแข็งแรง
  • ช่วงวัยสูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ช่วงวัยแห่งการโรยรา เพราะร่างกายเสื่อมถอยในระดับสูง การออกกำลังกายควรเน้นแบบเพิ่มความยืดหยุ่น ไม่ต้องออกแรงมาก อย่าง โยคะ รำไทเก๊ก ลีลาศ เป็นต้น และควรเน้นความสุขในการออกกำลังกายเป็นหลัก 

นี่เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย ซึ่งการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับช่วงวัยจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายและลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี 


วิธีป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการออกกำลังกาย

ออกกำลังกายมีกี่แบบ

อาการบาดเจ็บที่เกิดจากการออกกำลังกายสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จากหลายสาเหตุ เช่น ความไม่พร้อมของร่างกาย ความไม่พร้อมของอุปกรณ์ อุบัติเหตุ เป็นต้น ซึ่งอาการบาดเจ็บมีทั้งที่สร้างผลกระทบแบบรุนแรงและไม่รุนแรง แต่ว่าทางที่ดีไม่ควรให้เกิดอาการบาดเจ็บจะดีที่สุด ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีป้องกันอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายมาฝาก ดังนี้

  1. วอร์มร่างกายทุกครั้ง ก่อนที่จะทำการออกกำลังกายควรทำการวอร์มร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อให้รับรู้ว่าเรากำลังจะออกกำลังกายกันนะ
  2. แต่งกายให้เหมาะสม ชุดสำหรับออกกำลังกายจะต้องกระชับ ไม่รุ่มร่าม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนไหวร่างกาย ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องการออกกำลังกายจะต้องแต่งตัวให้เหมาะสม ไม่ใช่ว่าชุดอะไรก็ใส่ออกกำลังกายได้
  3. เลือกชนิดการออกกำลังที่เหมาะสม ร่างกายและช่วงวัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรเลือกชนิดออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อสภาพร่างกายกับวัย และไม่ควรหักโหม หากรู้สึกเหนื่อยหรือล้าก็ควรหยุดพักทันที เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้ออักเสบ

หากปฏิบัติตามที่กล่าวมานี้ได้ รับรองว่าสามารถป้องกันอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายได้อย่างแน่นอน 


ที่มา

https://www.happyfresh.co.th/blog/health-psychology/exercise-at-home/

https://www.vogue.co.th/beauty/exercise-at-home

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/222922

Scroll to Top